ระบบช่วยแพทย์ทางรังสี - ฉลาดคิด

\"\"

การผ่าตัดกรณีฉุกเฉินถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่แพทย์ต้องใช้ทั้งข้อมูลและความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยก่อนตัดสินใจทำการรักษาเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วย ภาพถ่าย MRI และ เครื่องตรวจวินิจฉัยโรคเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ จากแพทย์รังสี ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประกอบในการวินิจฉัยให้ถูกต้องแม่นยำ

ทีมนักศึกษาปริญญาโท จากคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงคิดค้นระบบ “SkyPACS” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แพทย์รังสี ให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วต่อเนื่อง และหมดปัญหาเรื่องพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ภาพ MRI ซึ่งมีขนาดใหญ่

“ศิคณา ธนุภาพรังสรรค์” หรือมุก หนึ่งในทีมผู้คิดค้นระบบดังกล่าว เล่าถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เริ่มต้นจากการได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับแพทย์รังสี พบว่าการนำภาพถ่ายพรินต์

ออกมาเป็นฟิล์มเอกซเรย์ มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยที่ต้องทำการผ่าตัดจะต้องมีการนำมาขึ้นรูป 3 มิติ จึงร่วมกับเพื่อน ๆ คิดนวัตกรรมในเชิง 3 มิติการขึ้นรูปและการพรินต์ออกมาเป็นโมเดล 3 มิติจริงสำหรับแพทย์ใช้เตรียมการในการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

ตัวอย่างกรณีผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุกะโหลกศีรษะยุบ แทนที่จะปรับเพลทในห้องผ่าตัด แต่แพทย์สามารถพรินต์โมเดลออกมาแล้วปรับเพลทก่อนได้เลย ฉะนั้นเพลทที่แพทย์ปรับแล้วเอาเข้าไปใช้ในห้องผ่าตัด จะทำให้คนไข้ถูกเปิดศีรษะน้อยลง ระยะเวลาในการผ่าตัดก็น้อยลงด้วย

จากการคิดและพัฒนาโจทย์ดังกล่าวเพียง 5 เดือน ก็ได้ระบบ SkyPACS ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถขึ้นรูป 3 มิติแสดงผล 2 มิติ และจัดการจัดเก็บและโอนย้ายภาพถ่ายทางการแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แพทย์รังสีในการวินิจฉัยอาการผิดปกติของผู้ป่วยและวางแผนการรักษาจากภาพถ่าย

ทั้งนี้การจำลองอวัยวะ 3 มิติ มีประโยชน์ในการวินิจฉัยและการเตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัด อีกทั้งยังสามารถสั่งพิมพ์แบบจำลองผ่านเครื่องพิมพ์ 3 มิติเพื่อสร้าง Rapid Prototype ผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย

“ศรัณยา ภุมมา” หรือกวาง อธิบายเพิ่มเติมว่า จากระบบดังกล่าว ทำให้แพทย์รังสีสามารถดูภาพถ่าย MRI หรือ CT Scan ได้โดยตรงจากแอพพลิเคชั่น ซึ่งมีการประยุกต์ใช้งานบนระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อประหยัดงบประมาณในการซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก

“ธนานันต์ พัฒนางกูร” หรือกิ้ง หนึ่งในทีมพัฒนาระบบซึ่งดูแลเรื่องการพัฒนาการแสดงภาพแบบ 3 มิติ บอกว่าซอฟต์แวร์ของพวกเขาจะนำภาพ 2 มิติ ซึ่งโดยปกติภาพถ่าย MRI มันจะถ่ายเป็นชั้น ๆ เรียงกัน 2 มิติธรรมดา พวกเขาจึงนำภาพเหล่านี้มาทำให้เป็นมุมมองของโมเดล 3 มิติได้ โดยไม่ต้องขึ้นรูปจริง ๆ เพียงแค่ใช้หลักการของแสงที่ตกกระทบกับฉากเพื่อสร้างภาพขึ้นมา ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้แพทย์สามารถมองเห็นภาพได้ง่ายขึ้นแทบไม่ต้องจิตนาการว่าเกิดการหักตรงไหน การบิดงอของกระดูกตรงไหน เพราะแพทย์เห็นภาพ 3 มิติเขาจะเข้าใจได้ง่ายทันที คนไข้ก็เข้าใจง่ายขึ้นด้วย

การจัดเก็บไฟล์ภาพแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่เราก็ทำสำเร็จจากเดิมจะใช้เวลาในการประมวลภาพเป็นหลักชั่วโมงเนื่องจากไฟล์ใหญ่ แต่สำหรับอัลกอลิทึมนี้เราสามารถลดเวลาในการประมวลผลเหลือไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น

ล่าสุดผลงานของนักศึกษาทั้ง 4 คนชิ้นนี้ ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ ไมโครซอฟท์ อิมเมจิ้น คัพ ในสาขาอินโนเวชั่น และยังชนะเลิศรางวัลประเภทการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากมหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย 2013 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอีกด้วย.